ช่วงเวลาของมนุษย์นั้นสั้นและเต็มไปด้วยความบีบคั้น ความผ่อนคลาย และความปรารถนานำความจริงความดีความงามมาสู่เราได้เพียงครั้งคราว เรายังใช้ชีวิตอยู่บนความผ่อนคลายและความปรารถนาเพียงเพื่อละเลยความบีบคั้นนั้น
การสัมผัสมนุษย์บนเงื่อนไขยังความบีบคั้นเช่นกัน ไม่มีเงื่อนไขเท่านั้นที่ทำให้มนุษย์พ้นจากความบีบคั้นได้
เงื่อนไขมาจากการยึดถือ ยีึดโยงกับสิ่งที่เรานำไปไว้สูงสุด เช่น หลักการดำเนินชีวิต ศาสนาที่ประกอบสร้าง ความจริงที่เราสัมผัสแล้ว ทั้งนี้มาจากความคิดทั้งสิ้น คิด จึงยึดโยง
เราละเลยความรู้สึก เราทิ้งสัมผัส ทิ้งใจและกาย ยึดโยงกับสมอง เราจึงเหนื่อย เมื่อยล้า ท่ามกลางสิ่งเหล่านี้เราสร้างการบีบคั้น และยินดีกับมัน
ยินดีที่เรายิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ที่เราดำรงอยู่ได้ แล้วเราก็โหยหาความบีบคั้นอีก
การสนทนากับมนุษย์อย่างไม่มีเงื่อนไขคือกุญแจที่นำเราไปสู่ ความรู้สึก สัมผัส ไร้คิด เมื่อไร้คิด รู้สึก สัมผัส ความคิดปรุงย่อมปราศจากสิ่งเจือ ปราศจากสิ่งปรุง
การสนทนาที่ไม่มีเงื่อนไขต้องการบรรยากาศและการสนับสนุน การสนทนาเป็นทักษะ ไม่ใช่ความรู้ เรียนรู้ฝึกฝนได้จากการกระทำ เราสร้างได้เพียงสภาพแวดล้อมและความจริงใจ
ความจริงใจจากความเข้าใจในมนุษย์
ความเข้าใจในมนุษย์จะขยายความรู้สึกและสัมผัสของเราให้พบความจริง ความงาม ความดี แม้ในเวลาแห่งการบีบคั้น
เมื่อนั้นเราจะเป็นอิสระ อิสระจากสิ่งยึดถือ ยึดโยง
เราสร้าง BGIC เพื่อความเป็นอิสระในการแสดงออก จากบรรยากาศ สนับสนุนให้ทักษะนี้แพร่กระจายไป
เราเชื่อมั่นว่านักนวัตกรรมเมื่อมาพบกันการสร้างเครือข่ายเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เราให้ความสำคัญกับมนุษย์มิตรไมตรีจะนำการสนทนาที่เปิดกว้างเป็นอิสระไร้เงื่อนไข นำไปสู่คำถามสำคัญที่กระตุ้นให้สงสัยใคร่ครวญ บรรยากาศผ่อนคลายและสนุก นำให้พวกเราให้ปลดปล่อยปัญญาปฏิบัติ ทำมุมมองให้ปรากฎ แลกเปลี่ยนแล้วหลอมรวมกัน ปัญญาจากการสนทนาที่เปิดกว้างบนพื้นที่แห่งมิตรไมตรี สร้างปัญญาร่วมเพื่อเราทุกคนได้เก็บเกี่ยวปัญญานี้ ปัญญาร่วม
เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองเป็นเบื้องต้น ต่อองค์กรในท่ามกลาง และต่อมนุษยชาติทั้งมวลในที่สุด
เมื่อนั้น ชีวิตที่สั้นและบีบคั้นก็ได้สร้างคุณประโยชน์
การคัดเลือกผู้เข้าสัมนาควรมีคุณสมบัติอย่างไร
ตอบลบมีประสบการณ์ กี่ปี มีผลงานนวัตกรรม หรือไม่